Make your own free website on Tripod.com
ปรนนิบัติพระเจ้า (Ministering to the Lord) ตอนที่ 3 (part 3)
สารบัญหลัก (Content)
 

 

เทศนาโดย อ.สุเมธ วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2003

 
 
 
 

กจ 2:1-4 เมื่อรวมกันอยู่ปรนนิบัติพระเจ้า พระเจ้าทรงสำแดง

๑. เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์ {แปลว่า ที่ห้าสิบ เป็นเทศกาลภายหลังวันเริ่มเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ ๕๐ วัน} มาถึง จำพวกศิษย์จึงรวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน ๒. ในทันใดนั้น มีเสียงมาจากฟ้า เหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น ๓. มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขากระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน ๔. เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด

มธ 6:33 พระเจ้าต้องการให้ปรนนิบัติพระองค์ก่อน จึงจะประทานให้

๓๓. แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้

อสค บทที่ 14 งานปรนนิบัติในพระวิหาร

๑. แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ากลับมาที่ประตูนอกของสถานนมัสการ ซึ่งหันหน้าไปทางตะวันออก และประตูนั้นปิดอยู่ ๒. พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "ประตูนี้จะปิดอยู่เรื่อยไป อย่าให้เปิด และไม่ให้ใครเข้าไปทางนี้ เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลได้เสด็จเข้าไปทางนี้ เพราะฉะนั้นจึงให้ปิดไว้ ๓. เฉพาะเจ้านายเท่านั้นที่จะประทับเสวยพระกระยาหาร ต่อพระพักตร์พระเจ้าในประตูนี้ได้ ท่านจะต้องเข้ามาทางมุขของหอประตู และต้องออกไปตามทางเดียวกัน" ๔. แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ามาตามทางของประตูเหนือ มาที่ข้างหน้าพระวิหาร และข้าพเจ้ามองดู และดูเถิด พระสิริของพระเจ้าก็เต็มพระวิหารของพระเจ้า และข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน ๕. และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงตั้งใจให้ดี ทุกสิ่งที่เราจะบอกเจ้าเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทั้งสิ้นของพระวิหารของพระเจ้า และกฎทั้งสิ้นของพระวิหารนั้น จงดูด้วยตาของเจ้า และฟังด้วยหูของเจ้า และจดจำเรื่องทางเข้าพระวิหาร และทางออกจากสถานนมัสการไว้ให้ดี ๖. แล้วจงบอกแก่พงศ์พันธุ์ที่มักกบฏ คือ พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ขอให้การลามกของเจ้าสิ้นสุดเสียทีเถิด ๗. คือ การยินยอมให้คนต่างด้าวที่มิได้เข้าสุหนัตทางจิตใจ และเนื้อหนังเข้ามาในสถานนมัสการของเรา กระทำให้สถานนั้นสาธารณ์ ในเมื่อเจ้าถวายอาหารของเราแก่เรา คือ ไขมัน และเลือด เจ้าได้ทำลายพันธสัญญาของเราด้วยการลามกทั้งสิ้นของเจ้า ๘. และเจ้ามิได้ดูแลรักษาสิ่งบริสุทธิ์ของเรา แต่เจ้าได้ตั้งคนต่างด้าวให้ดูแลรักษาอยู่ในสถานนมัสการของเรา เพื่อประโยชน์แก่ตัวเจ้าเอง ๙. "พระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า อย่าให้ต่างด้าว ที่มิได้เข้าสุหนัตทางจิตใจคนและเนื้อหนัง คือ ชนต่างด้าวทั้งสิ้นที่อยู่ท่ามกลางชนชาติอิสราเอลเข้าไปในสถานนมัสการของเรา ๑๐. แต่คนเลวีผู้ที่ได้ไปไกลจากเรา หลงไปจากเราไปติดตามรูปเคารพของเขา เมื่อคนอิสราเอลหลงไปนั้น จะต้องได้รับโทษของตน ๑๑. เขาทั้งหลายจะต้องปรนนิบัติอยู่ในสถานนมัสการของเรา ตรวจตราดูอยู่ที่ประตูพระวิหาร และปฏิบัติอยู่ในพระวิหาร เขาจะฆ่าเครื่องเผาบูชา และเครื่องสัตวบูชาให้ประชาชน และเขาจะต้องคอยเฝ้าประชาชน เพื่อจะรับใช้เขาทั้งหลาย ๑๒. เพราะเขาทั้งหลายได้ปรนนิบัติประชาชนอยู่หน้ารูปเคารพของเขา จึงกลายเป็นสิ่งสะดุดให้ทำบาปผิดแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล พระเจ้าตรัสว่า เพราะฉะนั้นเราจึงได้ปฏิญาณด้วยเรื่องเขาทั้งหลายว่า เขาทั้งหลายจะต้องได้รับโทษของเขา ๑๓. อย่าให้เขาทั้งหลายเข้ามาใกล้เรา เพื่อจะรับใช้เราในตำแหน่งปุโรหิต หรือเข้ามาใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของเรา และสิ่งซึ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดนั้น แต่เขาต้องทนรับความอับอายขายหน้า เพราะความลามกซึ่งเขาได้กระทำนั้น ๑๔. แต่ถึงกระนั้น เราจะกำหนดให้เขาเป็นผู้ดูแลพระวิหาร ให้กระทำบริการทั้งสิ้น และกระทำสิ่งที่ต้องกระทำในพระวิหารนั้นทั้งสิ้น ๑๕. "แต่ปุโรหิตคนเลวี บรรดาบุตรของศาโดก ผู้ยังดูแลสถานนมัสการของเรา เมื่อคนอิสราเอลหลงไปจากเรานั้น พระเจ้าตรัสว่า ให้เขาเข้ามาใกล้เรา เพื่อปรนนิบัติเรา และให้คอยรับใช้เรา ที่จะถวายไขมัน และเลือด ๑๖. เขาจะเข้ามาในสถานนมัสการของเราได้ และให้เขาเข้ามาใกล้โต๊ะของเราเพื่อจะปรนนิบัติเรา และให้เขารักษาคำกำชับของเรา ๑๗. เมื่อเขาเข้าประตูลานชั้นในนั้น ให้เขาสวมเสื้อผ้าป่าน อย่าให้เขามีสิ่งใดที่ทำด้วยขนแกะเลย ขณะเมื่อเขาทำการปรนนิบัติอยู่ที่ประตูลานชั้นใน และอยู่ข้างใน ๑๘. ให้เขาโพกผ้าป่านไว้เหนือศีรษะ และสวมกางเกงผ้าป่านเพียงเอว อย่าให้เขาคาดตัวด้วยสิ่งใดที่ให้มีเหงื่อ ๑๙. และเมื่อเขาออกไปยังลานนอกเพื่อไปหาประชาชน ให้เขาเปลื้องเสื้อผ้าชุดที่ปรนนิบัติงานนั้นออกเสีย และวางไว้เสียในห้องบริสุทธิ์ แล้วจึงสวมเสื้อผ้าอื่น เกรงว่าเขาจะนำความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ไปติดต่อกับประชาชนด้วยเสื้อผ้าของเขา ๒๐. อย่าให้เขาโกนศีรษะ หรือปล่อยให้มวยผมยาว ให้เขาเพียงแต่ขลิบผมบนศีรษะของเขาเท่านั้น ๒๑. เมื่อปุโรหิตเข้าไปในลานชั้นในจะดื่มเหล้าองุ่นไม่ได้ ๒๒. อย่าให้ปุโรหิตแต่งงานกับหญิงม่าย หรือหญิงที่ถูกหย่าแล้ว แต่ให้แต่งงานกับหญิงพรหมจารีเทือกเถาพงศ์พันธุ์อิสราเอล หรือหญิงม่ายซึ่งเป็นหญิงม่ายของปุโรหิต ๒๓. เขาทั้งหลายจะต้องสั่งสอนประชากรของเรา ถึงความแตกต่างระหว่างของบริสุทธิ์และของสาธารณ์ และสำแดงให้เขาสังเกตได้ว่า อะไรเป็นมลทิน และอะไรไม่เป็นมลทิน ๒๔. ถ้ามีคดี เขาจะต้องกระทำหน้าที่ผู้พิพากษา และเขาจะต้องพิพากษาตามกฎหมายของเรา ในงานเทศกาลตามกำหนดของเรานั้น เขาจะต้องรักษากฎ และกฎเกณฑ์ของเรา และเขาจะต้องรักษาวันสะบาโตของเราให้บริสุทธิ์ ๒๕. อย่าให้เขากระทำตัวให้เป็นมลทินด้วยเข้าไปใกล้ผู้ตาย เว้นแต่เป็นบิดาหรือมารดา หรือบุตรชายหรือบุตรหญิง หรือพี่น้องผู้ชายหรือพี่น้องผู้หญิงที่ไม่มีสามี ก็จะกระทำตัวให้เป็นมลทินได้ ๒๖. หลังจากที่เขารับการชำระแล้ว มีกำหนดอีกเจ็ดวัน ๒๗. พระเจ้าตรัสว่า ในวันที่เขาเข้าไปในที่นมัสการ คือ ที่ลานชั้นในเพื่อจะปรนนิบัติอยู่ในที่นมัสการ เขาจะต้องถวายเครื่องบูชาไถ่บาปเสียก่อน ๒๘. "เขาจะไม่มีมรดกตกทอด เราเป็นมรดกของเขา และเจ้าไม่ต้องให้เขาถือกรรมสิทธิ์ใดๆ ในอิสราเอล เราเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา ๒๙. ให้เขารับประทานเครื่องธัญญบูชา เครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาไถ่ความผิด และทุกสิ่งที่ถวายไว้ในอิสราเอลเป็นของเขาทั้งหลาย ๓๐. และผลไม้ดีที่สุดของผลไม้รุ่นแรกทุกชนิด และของถวายทุกชนิดจากเครื่องถวายบูชาทั้งสิ้นของเจ้า จะเป็นของบรรดาปุโรหิตทั้งหลาย เจ้าจงมอบแป้งหยาบผลแรกของเจ้าให้แก่ปุโรหิต เพื่อว่าพระพรจะมีอยู่เหนือครัวเรือนของเจ้า ๓๑. ปุโรหิตจะต้องไม่รับประทานสิ่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นนก หรือสัตว์ที่ตายเอง หรือถูกฉีกกัดตาย

ข้อ 17-18 แต่งกายให้ถูกต้อง เพื่อปรนนิบัติพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าให้แต่งกายตามที่พระคัมภีร์เขียน แต่แต่งกายให้สุภาพ ใหถวายเกียรติพระเจ้า ให้แต่งตัวให้ดีที่สุด

ข้อ 21 ลานชั้นใน ห้ามดื่ม

ข้อ 22 ปุโรหิต แต่งงานกับใครได้บ้าง

1 คร 1:26-29 ทรงเลือกคนมีปัญญาน้อย คนอ่อนแอ คนไม่มีตระกูล (ต่ำต้อย) เพื่อปรนนิบัติพระเจ้า เพื่อมิให้อวดตัวเองได้ ต่อหน้าพระเจ้า

๒๖. ดูก่อน พี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง ๒๗. แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย ๒๘. พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อย และดูหมิ่น และเห็นว่าไร้สาระ เพื่อทำลายสิ่งซึ่งโลกเห็นว่าสำคัญ ๒๙. เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดต่อพระเจ้าได้