Make your own free website on Tripod.com

คำเทศนาที่ประชากรไม่อยากฟัง
(Preaching, you don't want to hear)
สารบัญหลัก (Content)
 

 

เทศนาโดย อ.สุเมธ วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2003

 
 
 
 

เคยเทศน์มาทุกรูปแบบ และ พยายามที่จะเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหา เพื่อไม่ให้น่าเบื่อทั้ง ประชากรไม่เบื่อ และ ไม่เบื่อตัวเอง แม้กระทั่งเลี่ยงที่จะไม่ให้คำเทศนาไปโดนประชากรบางท่าน แล้วสะดุด แต่ก็ยังโดนจนได้ ประชากรบางคน ฟังเทศน์ 10 สะบาโต เขายังบอกว่าเทศน์ว่าเขาสัก 8 สะบาโต คนเช่นนี้ ไม่ว่าเราจะเปิดอ่านพระคัมภีร์หน้าไหนๆ ก็ไปโดนเขาหมด คนพวกนี้ไม่รู้จักคิดว่า ตัวเองนั้นแย่มากในสายพระเนตร ความจริงผู้เทศนาเลี่ยงไม่เทศนาต่อว่า ตามที่ตัวเองได้รับการทรงนำมา ผู้เทศนาก็ทำไม่ค่อยถูกต้องนัก ที่จริงในพระคัมภีร์ส่วนใหญ่ ก็เป็นการสั่งสอนให้ทำให้ถูก ต่อว่า ไม่ค่อยมีคำชมสักเท่าไร

เมื่อก่อนเคยนั่งคิดว่า ทำอย่างไรจะเทศนาไม่ให้สะดุดแม้แต่คนเดียว ก็สำเร็จบ้างเป็นบางครั้ง เทศนาแบบวิทยาศาสตร์ไง คราวนี้บอกตัวเองว่า (ชะรอยพระเจ้าจะทรงนำ) คำเทศนาอย่างไรประชากรจึงจะไม่ชอบคำเทศน์นั้นเลยสักคนเดียว สักคนเดียว ข้าพเจ้าคิดว่า มี

พระเจ้าตรัสกับโมเสส โมเสสก็ไม่ชอบเท่าไรนัก ใน อพย 3:4-17

๔. ครั้นพระเจ้าทอดพระเนตรเห็นเขาเดินเข้ามาดู จึงตรัสออกมาจากพุ่มไม้นั้นว่า "โมเสส โมเสสเอ๋ย" โมเสสทูลตอบว่า "ข้าพระองค์อยู่ที่นี่"

๕. พระองค์จึงตรัสว่า "อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่ ถอดรองเท้าของเจ้าออกเสีย เพราะว่าที่ซึ่งเจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์"

๖. แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า "เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ" โมเสสปิดหน้าเสีย เพราะกลัวไม่กล้ามองดูพระเจ้า

๗. พระเจ้าตรัสว่า "เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเรา ที่อยู่ในประเทศอียิปต์แล้ว เราได้ยินเสียงร้องของเขา เพราะการกดขี่ของพวกนายงาน เรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆ ของเขา

๘. เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากประเทศนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนม และน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ คือ ไปยังที่อยู่ของชาวคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ และคนเยบุส

๙. บัดนี้ คำร่ำร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้นซึ่งชาวอียิปต์กระทำต่อเขาแล้ว

๑๐. เราจะใช้เจ้าไปเฝ้าฟาโรห์ เพื่อจะได้พาประชากรของเรา คือ ชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์"

๑๑. ฝ่ายโมเสสจึงทูลพระเจ้าว่า "ข้าพระองค์เป็นผู้ใดเล่า จึงจะไปเฝ้าฟาโรห์ และนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์"

๑๒. พระองค์จึงตรัสว่า "เราจะอยู่กับเจ้าแน่ นี่เป็นหมายสำคัญให้เจ้ารู้ว่า เราใช้ให้เจ้าไป คือ เมื่อเจ้านำประชากรออกจากอียิปต์แล้ว เจ้าทั้งหลายจะมานมัสการพระเจ้าบนภูเขานี้"

๑๓. ฝ่ายโมเสสทูลพระเจ้าว่า "เมื่อข้าพระองค์ไปหาชนชาติอิสราเอล และบอกพวกเขาว่า 'พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย ทรงสั่งข้าพเจ้ามาหาท่าน' และเขาจะถามข้าพระองค์ว่า 'พระองค์ทรงพระนามว่ากระไร' ข้าพระองค์จะตอบเขาอย่างไร"

๑๔. พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า "เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น" แล้วพระองค์ตรัสว่า "ไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า 'พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า เราเป็น {หรือ "เราอยู่ (ด้วย)" ดูข้อ ๑๒} ทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย' "

๑๕. พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสอีกว่า "เจ้าจงกล่าวแก่ประชากรอิสราเอล ว่าดังนี้ "พระเยโฮวาห์ {ในที่นี้เข้าใจกันว่า แปลว่า "พระองค์ทรงเป็น" หรือ "พระองค์ทรงอยู่"} พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน คือ พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ ทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาหาท่าน' นี่แหละเป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์ นี่แหละเป็นอนุสรณ์ของเรา ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์

๑๖. เจ้าจงไปรวบรวมพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลให้มาประชุมพร้อมกัน แล้วกล่าวแก่เขาว่า 'พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน พระเจ้าของอับราฮัม ของอิสอัค และของยาโคบ ปรากฏแก่ข้าพเจ้า ตรัสว่า "เราสังเกตเห็นเจ้าทั้งหลายแล้ว และได้เห็นความทารุณ ซึ่งเขาได้กระทำแก่เจ้าในอียิปต์

๑๗. เราสัญญาไว้แล้วว่า เราจะพาเจ้าทั้งหลายไปให้พ้นจากความทุกข์ในประเทศอียิปต์ ไปยังแผ่นดินของชาวคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ และคนเยบุส ไปยังแผ่นดินซึ่งมีน้ำนม และน้ำผึ้งบริบูรณ์' "

สังเกตุว่า พระเจ้าไม่ตรัสทักทาย ไม่ได้ตรัสว่า "โมเสส สบายดีหรือ กินกาแฟก่อนไหม" แต่พระเจ้าเรียกชื่อ แล้วก็พูดเรื่องงาน เข้าประเด็นเลย พระเจ้าตรัสให้โมเสสไปทำงานตามที่จะบอก โมเสส บ่ายเบี่ยง ไม่ชอบ จนพระเจ้าโกรธ (ในบทที่ 4 ข้อ 14)

ต่อไปนี้ก็เป็นถ้อยคำเทศนา ที่ประชากร รวมทั้งผู้รับใช้ไม่อยากจะฟัง ไม่อยากจะได้ยิน

ยรม 4:19-21 แสนระทม แสนระทม ข้าก็บิดตัวด้วยความเจ็บปวด โอ ผนังดวงใจของข้าเอ๋ย จิตใจของข้าก็ว้าวุ่น ข้าจะนิ่งอยู่ไม่ได้ เพราะข้าได้ยินเสียงเขาสัตว์ เสียงปลุกของสงคราม ๒๐. ความหายนะไล่ติดตามความหายนะ แผ่นดินทั้งสิ้นก็ถูกทิ้งร้าง บรรดาเต็นท์ของข้าก็ถูกทำลายในฉับพลัน ม่านทั้งหลายของข้าก็สิ้นไป ในบัดเดี๋ยวเดียว ๒๑. ข้าจะต้องมองดูธง และฟังเสียงเขาสัตว์นานสักเท่าใด

อ่านพระวจนะตอนนี้แล้ว บางคนก็บอกว่า ไม่เห็นมีอะไร ที่จริงต้องการให้เห็นว่า เยรามีย์ ผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผู้หนึ่ง ได้รู้สึกได้เห็น ในสิ่งที่ไม่ต้องจะเห็น คือ การทำลายได้มาถึง คำเทศนาตอนนี้ ต้องการเตือนบรรดาคริสเตียนที่ กระทำไม่ถูกต้องกับพระเจ้า , คริสตจักร หรือกับผู้รับใช้ ผลลัพธ์ อาจคือการทำลาย ความหายนะ

ข้าก็บิดตัวด้วยความเจ็บปวด คุณเคยปวดท้อง เหมือนลำไส้บิดตัวไหม บรรดาเต็นท์ของข้าก็ถูกทำลายในฉับพลัน เคยดูภาพยนตร์ที่ระเบิดนิวเคลียลไหม บ้านเมืองจะถูกทำลายอย่างฉับพลัน

สงคราม หรือ การทำลาย มาถึงคริสเตียน เพราะอะไร เพราะ ยรม 4:22

๒๒. "เพราะประชากรของเราโง่เขลา เขาทั้งหลายไม่รู้จักเรา เขาทั้งหลายเป็นลูกหลานที่โง่ทึบ เขาทั้งหลายไม่มีความเข้าใจ เขาทั้งหลายทำความชั่วเก่ง แต่เขาไม่เข้าใจที่จะทำดี"

คำพูดที่ว่า "ทีเรื่องชั่วละฉลาดนัก" ก็มาจากพระคำตอนนี้แหละ

ผลของการทำลายล้างของพระเจ้า คือ ยรม 4:23-26

๒๓. ข้าพเจ้ามองดูพื้นที่โลก และนี่แน่ะเป็นที่ร้าง และว่างเปล่า และมองดูฟ้าสวรรค์ ในนั้นก็ไม่มีความสว่าง ๒๔. ข้าพเจ้ามองดูภูเขา นี่แน่ะ มันกำลังสั่นอยู่ เนินเขาก็แกว่งไปแกว่งมา ๒๕. ข้าพเจ้ามองดู และนี่แน่ะ ไม่มีมนุษย์เลย นกทั้งปวงแห่งท้องอากาศได้หนีไปแล้ว ๒๖. ข้าพเจ้ามองดู และนี่แน่ะ เรือกสวนไร่นาก็เป็นถิ่นทุรกันดาร และหัวเมืองทั้งสิ้นก็ปรักหักพังไป ต่อพระพักตร์พระเจ้า ต่อพระพิโรธอันร้อนแรงของพระองค์

การทำลายล้ายของพระเจ้า ไม่เกิดขึ้นได้ไหม ยรม 4:27-31

๒๗. เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "แผ่นดินทั้งหมดจะเป็นที่เริศร้าง ถึงกระนั้นเราก็ยังมิได้กระทำให้ถึงอวสานทีเดียว ๒๘. เพราะเรื่องนี้โลกจะไว้ทุกข์ และฟ้าสวรรค์เบื้องบนจะดำมืด เพราะเราได้ลั่นวาจาแล้ว เราได้หมายใจไว้แล้ว เราจะไม่เปลี่ยนใจหรือหันกลับ" ๒๙. เมื่อได้ยินเสียงพลม้า และนักธนู ชาวเมืองทุกแห่งก็หนีไป เขาเข้าไปอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ และปีนป่ายไปท่ามกลางศิลา หัวเมืองทุกแห่งก็ถูกทอดทิ้ง และไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ในเมืองเหล่านั้นเลย ๓๐. เจ้าผู้ที่ถูกทิ้งร้างเอ๋ย ที่เจ้าแต่งตัวสีแดงนั้น เจ้าทำอะไรกัน และที่เจ้าประดับตัวด้วยอาภรณ์ทองคำ ที่เจ้าขยายดวงตาให้กว้างด้วยแต้มสี เออ เจ้าแต่งตัวให้งามเสียเปล่า คนรักของเจ้าดูหมิ่นเจ้า เขาทั้งหลายแสวงชีวิตของเจ้า ๓๑. เพราะเราได้ยินเสียงเหมือนเสียงหญิงคลอดบุตรร้อง แสนเจ็บปวดอย่างกับจะคลอดบุตรหัวปี เสียงร้องแห่งบุตรีศิโยนนั้นแทบจะขาดใจ เหยียดแขนของเธอออกร้องว่า "วิบัติแก่ข้า ข้าอ่อนเปลี้ยอยู่ต่อหน้าผู้ฆ่าคน"

วิบัติ การตีสอน การลงโทษ การทำลาย อาจมาถึงคริสเตียนคนใดคนหนึ่ง หรือ มาถึงกลุ่มคน , ชุมชน หรือ ประเทศชาติ จงเชื่อฟัง อย่าโง่เขลา